• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
อีเมล พิมพ์ PDF

ประวัติความเป็นมา

       ในปี พ.ศ. 2531 - 2532 รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาระบบการขนส่งน้ำมันภายในประเทศ ซึ่งคณะทำงานประกอบด้วย สำนักคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย บริษัทน้ำมันต่าง ๆ และตัวแทนจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งผลการศึกษาพบว่า การสร้างท่อส่งน้ำมันจากศรีราชาไปยังสระบุรี โดยมีท่อแยกต่างหากจากลำลูกกาไปยังสนามบินดอนเมืองนั้น มีความเหมาะสมที่สุด

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2533 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้มีการก่อสร้างระบบขนส่งน้ำมันทางท่อขึ้นและกำหนดให้ดำเนินการโดยเร่งด่วน การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปัจจุบันคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)) จึงได้รับมอบหมายให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อดำเนินโครงการท่อส่งน้ำมันศรีราชา - สระบุรี (Mainline) โดยเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2534 ได้มีการก่อตั้ง บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด หรือ แทปไลน์ ขึ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นประกอบด้วย ปตท. เอสโซ่ เชลล์ คาลเท็กซ์ (ปัจจุบันคือเชฟรอน) ไทยออยล์ คูเวตปิโตรเลี่ยม บรรษัทเงินทุนฯ (ปัจจุบันคือ ธนาคารทหารไทย) บีพี และโมบิล ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 100 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 ล้านบาท ในเดือนพฤษภาคม 2535 และมีงบประมาณการลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท


Company Profile

 

      ต่อมาในปี 2540 บริษัทฯ ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้ดำเนินโครงการต่อท่อเชื่อมมาบตาพุด-ศรีราชา (MTP Feederline) โดยเพิ่มทุนจำนวน 377.5 ล้านบาท เพื่อรับน้ำมันเพิ่มเติมจากโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 2 แห่ง (พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC และ โรงลั่นนน้ำมันสตาร์ปิโตรเลียม หรือ SPRC) ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยระบบท่อ MTP Feederline จะส่งน้ำมันต่อไปยังระบบท่อ Mainline ของบริษัทฯ ที่มีอยู่เดิม  อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว  บริษัทฯ  ได้หยุดการก่อสร้างโครงการไว้ชั่วคราวในปี 2541 และเมื่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่กระเตื้องขึ้น ในปี 2546 ผู้ถือหุ้นจึงได้อนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินโครงการ MTP Feederline ให้แล้วเสร็จ รวมทั้งเพิ่มทุนอีก 1,300 ล้านบาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 4,177.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการท่อส่งน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ (SBA Dedicated Line) จากคลังน้ำมันลำลูกกา ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ  การก่อสร้างระบบท่อ MTP Feederline และ SBA Dedicated Line ได้แล้วเสร็จในปี 2548   ปัจจุบันบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนจำนวน 8,479 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนของผู้ถือหุ้นดังนี้ (Click link) 

ระบบท่อส่งน้ำมัน

ปัจจุบันระบบท่อส่งน้ำมันแทปไลน์ประกอบด้วย 3 โครงการหลักคือ

  • ระบบท่อส่งน้ำมันศรีราชา-สระบุรี (Mainline) มีความยาวทั้งสิ้น 255 กิโลเมตร สามารถขนส่งน้ำมันได้ 26,000 ล้านลิตรต่อปี มีเส้นทางเริ่มต้นจากสถานีส่งน้ำมันต้นทางศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งจะรับน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ โรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ คลังน้ำมันของปตท. และคลังน้ำมันของบริษัท ชลบุรี เทอร์มินัล จำกัด เพื่อลำเลียงไปยังคลังปลายทางที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และที่อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี โดยมีท่อแยกไปยังคลังบาฟส์ ที่บริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง
  • ระบบท่อส่งน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ (SBA Dedicated Line) แทปไลน์ได้ขยายระบบท่อจากคลังน้ำมันลำลูกกาไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทางประมาณ 38 กิโลเมตร สามารถส่งน้ำมันอากาศยานได้เต็มขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในการรองรับผู้โดยสาร 100 ล้านคนต่อปี
  • ระบบท่อส่งน้ำมันมาบตาพุด – ศรีราชา (MTP Feederline) แทปไลน์ได้ขยายระบบท่อส่งน้ำมันจากศรีราชาไปเชื่อมต่อยังโรงกลั่นน้ำมันระยอง และโรงกลั่นน้ำมันสตาร์ปิโตรเลียม ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดมีความยาวท่อประมาณ 67 กิโลเมตร สามารถขนส่งน้ำมันได้ประมาณ 7,200 ล้านลิตรต่อปี

 

ตารางเปรียบเทียบการใช้พลังงานในการขนส่ง
วิธีการขนส่ง (กิโลวัตต์-ชม./กม./พันลิตร)
ขนส่งทางท่อ 0.014
ขนส่งทางรถไฟ 0.038
ขนส่งทางรถบรรทุก 0.217
 


 Copyright © 2012 thappline.co.th All Rights Reserved.